2007/Apr/14

>>> ชี่กง-ไทเก๊ก เรียกอะไรกันแน่ >>>
ชี่
หมายถึงพลังชีวิต ซึ่งมีอยู่ในมนุษย์ทุกคนในรูปแบบที่แตกต่างกัน มนุษย์รับเอาชี่กงจากภายนอกโดยการกินอาหาร รับแสงแดด การหายใจ ฯลฯ
กง
คือการกระทำที่นำไใสู่พลังชีวิต
ชี่กง คือ การฝึกฝนเพื่อเพิ่มพูนพลังชีวิตขึ้นในร่างกาย
มนุษย์ทุกคนมีพลังอยู่แล้ว มากบ้างน้อยบ้าง ความถี่แตกต่างกันบ้าง คนไข้ย่อมมีพลังชีวิตเช่นนี้น้อยกว่าคนปกติ ผู้ที่ฝึกชี่กงมาพอสมควร ก็มีจะพลังชีวิตที่สูงกว่าคนทั่วไป
ปรัชญาทางการแพทย์จีนได้กล่าวถึงความสำคัญของสมดุลและการไหลเวียน เหมือนกับน้ำที่ต้องหมุนเวียนผลัดเปลี่ยน เส้นของพลังงานในร่างกายที่มองไม่เห็นจะชักนำชี่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งชี่จะไปตามเลือด การอุดตันของเส้นพลังงานอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและโรคภัยต่างๆ ซึ่งรักษาได้ด้วยการฝังเข็ม (Acupuncture) การกดจุด (Acupressure) และชี่กงรักษา
ถ้าพูดถึงชี่ในทางวิทยาศาสตร์ ชี่มีรูปแบบเป็นพลังงานหลายรูปแบบ ที่พบมากคือเป็นคลื่นรังสีอินฟราเรดและประจุไฟฟ้า (electrostatic charge)
สำหรับไทเก๊ก หมายถึง กระบวนท่าของการออกกำลังกายเพื่อฝึกฝนจิตใจและใช้ในการต่อสู้ซึ่งมีต้นกำเนิดมาหลายร้อยปีแล้วจากท่านปรมาจารย์จางซางฟง เพียงแต่ว่าในภายหลังท่าทางต่างๆ ได้ถูกประยุกต์ปรับเปลี่ยนไปอย่างมากมาย

>>> ชี่กงรักษาโรคได้จริงหรือ >>>
ถ้าจะบอกว่าการฝึกชี่กงบำบัดโรคได้นั้นอาจฟังดูคลุมเครือ แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้มีงานวิจัยถึงผลของการฝึกฝนตนเองอยู่มากมาย และเหตุผลที่เป็นไปได้คือ
ผลของจิตใจ จิตใจที่สงบสบายย่อมทำให้ร่างกายสมดุลเจ็บไข้ได้ยาก ที่ป่วยก็หายง่าย
ผลของสมาธิ สมาธิที่เกิดระหว่างการฝึกจะทำให้สมองปลอดโปร่ง ลดการทำงานของหัวใจ ความดันเลือดลดลง เนื่องจากการขยายของหลอดเลือดฝอยย่อมผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ
ภูมิคุ้มกันที่ทำงานสมดุล พบว่าการฝึกตนเองจะทำให้มีการเพิ่มของเม็ดเลือดขาวในรายที่มีเม็ดเลือดขาวจำนวนน้อยเกินไปรายที่แพ้อากาศก็มักมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้ระบบฮอร์โมนเกิดการสมดุล ตั้งแต่ต่อมใต้สมองไปจนถึงต่อมหมวกไต
การออกกำลังกายที่ทำพร้อมกันทั้งกายและใจ ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง
สำหรับในรายที่เจ็บป่วยอยู่แล้วจำเป็นที่จะต้องกินยาหรือรักษาต่อเนื่องต่อไปก่อน พร้อมๆ กับการฝึกฝนตนเอง เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว หมอผู้ดูแลอาจพิจารณาให้ลดยาลงไปได้เป็นลำดับ

>>> มีผลข้างเคียงไหม >>>
การฝึกแบบนี้จะมีปฏิกิริยาตอบโต้ของร่างกาย (reaction) ถ้าเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคเอดส์ ภูมิแพ้
บางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ไข้ขึ้น ท้องเสีย ซึ่งเราถือว่าเป็นอาการปกติ กระบวนการนี้เรียกได้ว่าเป็นกระบวนการของการขับพิษอย่างหนึ่ง (detoxication) ดังนั้น คนที่เป็นภูมิแพ้ในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่ฝึก เหงื่อจะออกที่มือเยอะ และพอนานไปเหงื่อจะเริ่มแห้งเอง
สำหรับข้อห้ามนั้น ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยซึ่งมีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน สับสน ผู้ป่วยเหล่านี้อาจเกิดอันตรายจากการฝึกได้
ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกมากเกี่ยวกับชี่กงนะคะ ใครสนใจหาอ่านได้ในเว็บนี้เลย

2007/Apr/14

เรามาอ่านความน่าทึ่งของ "ชี่กง" กันต่อดีกว่านะคะ

คนป่วยคนที่สองเนี่ยะ เค้าบอกว่าเค้าชอบรู้สึกปวดแบบจุกๆเหมือนอาหารไม่ย่อยที่กระเพาะเป็นประจำ โดยเฉพาะตอนที่กินอาหารรสจัดเข้าไป เป็นการปวดที่หาสาเหตุไม่ได้

หมอคนนี้เค้าก้อใช้สายตาเพ่งอีกแล้ว เพ่งเข้าไป...เพ่งเข้าไป สักพักก้อเดินเข้าไปทำท่าเหมือนหยิบอะไรบางอย่างออกจากท้องของคนป่วยตามเคย แต่ที่แปลกก้อคือ คราวนี้เค้าหันมาถามคนป่วยว่าเคยกินนกพิราบหรือเปล่า ปรากฏว่าคนป่วยบอกว่า เคย หมอเลยบอกว่าสิ่งที่เค้าหยิบออกไปเมื่อกี๊ก้อคือ นกพิราบ!! โอ้ พระเจ้าจอรช์ มันทึ่งมาก เค้าบอกมันคือวิญญาณนกพิราบที่ยังอยู่ในท้อง เค้ายังบอกอีกว่ามันเป็นอะไรที่อธิบายไม่ได้ ไม่สามารถตรวจหาเจอด้วยเทคนิคใดๆทางการแพทย์ แต่เค้าก้อสามารถมองเห็นได้ว่ามันมีเจ้าวิญญาณนกพิราบตัวนึงอยู่ในท้อง ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณคิดเองนะคะ ว่าควรเชื่อหรือไม่ อันนี้ไม่ขอออกความเห็นค่ะ

ส่วนคนไข้อีกคนเค้าเป็นพังผืดที่ต้นคอด้านหลัง ปวดมากเป็นมานานหลายสิบปีแล้ว แต่เค้าเคยไปผ่าสมองเพราะเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบมาก่อน ตอนนี้หายดีแล้ว หมอชี่กงคนนี้เค้าก้อเพ่งๆดูที่หัว แล้วก้อบอกว่าที่ผ่าไปแล้วยังไม่หายดีนะ ยังมีตีบอยู่บางส่วน แล้วเค้าก้อใช้พลังมือลูบๆคลำๆที่ศีรษะของคนป่วย สักพักก้อบอกว่าตอนนี้เค้าได้จัดการกับเส้นเลือดที่ตีบนั่นเรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว ตอนที่เค้าใช้ฝ่ามือคลำอยู่ที่ศรีษะของผู้ป่วยนะ ผู้ป่วยมาเล่าให้ฟังตอนหลังว่ารู้สึกร้อนๆด้วยละ

แล้วก้อมาจัดการที่ต้นคอ ก้อทำลักษณะเดียวกัน สักพักก้อถามคนป่วยว่าดีขึ้นมั๊ย ทำอยู่ประมาณ 3 ครั้ง จนคนป่วยรู้สึกว่าดีขึ้นจึงหยุด พร้อมกับรับรองว่าอาการปวดต้นคอนี้จะหายเป็นปลิดทิ้งแน่นอน

เราเองก้อไม่รู้นะว่า "ชี่กง" นี่เป็นยังไง เคยแต่ได้ยินว่าเป็นศาสตร์หนึ่งที่มีมานานแล้ว ผู้ที่ฝึกฝนมากๆจนได้ชื่อว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆก้อสามารถรักษาโรคต่างๆได้มากมาย

เพื่อไม่ให้สิ่งที่ได้ดูมาในวันนี้ เป็นเครื่องหมายคำถามในใจ เราจึงได้เข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับชี่กงในเน็ตมา จึงอยากนำมาฝากคนอื่นๆด้วย ติดตามตอนต่อไปนะคะ

2007/Apr/14

มีใครเคยรู้จัก "ชี่กง" บ้าง?

วันนี้เราได้มีโอกาสไปดูการใช้ชี่กงรักษาโรคมา

เค้าเป็นหมอผู้ชายอายุ 70 แล้วนะแต่ยังดูแข็งแรงอยู๋ เค้ามาเมืองไทยเพื่อจะมาเปิดคลีนิกรักษาโรคด้วยชี่กงนี่เเหละ และวันนี้เป็นวันเปิดตัววันแรกเลยรักษาโรคให้ฟรี 1 วัน พอดีเรารู้ข่าวเข้าเลยพาคนป่วย ( ที่อยากลองของ ) ไปให้เค้าลองรักษาดู 3 คน หนึ่งในนั้น ก้อมีมาม๊าเราด้วย

คนแรกที่เราพาไปเนี่ยะ บอกได้เลยว่าเป็นสารพัดโรค ความดันสูงเอย นิ่วในถุงน้ำดีเอย เอนไซม์ในตับสูงเอยเส้นเลือดในสมองตีบเอย ...

พอเข้าไปที่คลีนิกนี้ ( น่าจะเรียกว่าเป็นออฟฟิศมากกว่า เพราะเค้าเช่าพื้นที่ของตึกแห่งหนึ่งบริเวณชั้นล่างเปิดเป็นที่ทำการ) ก้อได้พบกับหมออายุประมาณ 70 แล้ว ซึ่งมาในชุดจีนสบายๆ ดูท่าทางใจดียิ้มแย้มแจ่มใส เค้าก้อทำการตรวจก่อน โดยยืนห่างจากตัวคนไข้ประมาณ 1 เมตรได้ แล้วก็เพ่งไปที่ตำแหน่งต่างๆของร่างกาย พอเราบอกว่าเราป่วยตรงไหนบ้าง เค้าก้อเพ่งไปที่ตำแหน่งนั้น อันแรกเลยเค้าเพ่งไปที่ตำแหน่งชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับและถุงน้ำดี แล้วเค้าก้อเดินเข้าไปใกล้ตัวคนป่วย ใช้ฝ่ามือวนเป็นวงกลมไปมาสักพักก้อทำท่าเหมือนกำลังหยิบอะไรบางอย่างออกจากท้องคนป่วย แล้วก้อขว้างออกไปไกลๆ ทำแบบนี้อยู่หลายที สร้างความประหลาดใจในท่าทางแบบนั้นแก่คนที่อยู่ ณ ที่นั้นไม่ใช่น้อย สักพักก้อบอกว่านิ่วได้หายไปหมดเเล้ว แถมยังท้าให้ไปเอ๊กซเรย์ดูเดี๋ยวนี่ได้เลย

แต่ต้องบอกก่อนว่าคนป่วยคนนี้ก่อนที่เค้าจะมารักษาเค้าก้อมีกินยาจีนรักษาตรงนี้อยู่แล้ว และหมอแผนปัจจุบันก้อนัดไปตรวจร่างกายอีกทีในวันที่ 30 เม.ย.นี้ คงต้องรอดูนะว่าผลการตรวจร่างกายนิ่วในถุงน้ำดีเค้าจะเล็กลงหรือสลายไปได้หมดจริงรึเปล่า แต่ถ้าจริงก้อไม่รู้ว่าเป็นเพราะยาจีนหรือเป็นเพราะพลังชี่กงนี่?

ถ้าผู้อ่านคิดว่านี่น่าทึ่งแล้ว คิดผิด !! เพราะยังมีที่น่าทึ่งกว่านี้อีก

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ